15 August 2018

เครื่องดื่มสุขภาพจากสารสกัดลำไย ต้านอนุมูลอิสระและโรคร้ายได้จริงหรือไม่

5 ประโยชน์จากสารสกัดลำไยกลายมาเป็นสุดยอดเครื่องดื่มบำรุงสุขภาพ

จากการการศึกษาวิจัยทางเภสัชวิทยาของสารสกัดลำไยพบประโยชน์ต่อร่างกายมากมายหลายด้าน

1. สารสกัดลำไยมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ สารสกัดจากส่วนต่างๆ ของลำไย มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ โดยเฉพาะจากเมล็ดที่มีฤทธิ์โดดเด่นกว่าสารสกัดจากส่วนอื่นๆ ของลำไย สารสำคัญในการออกฤทธิ์จะเป็นสารในกลุ่มโพลีฟีนอล ได้แก่ gallic acid, ellagic acid, corilagin, 4-O-methylgallic acid, epi-catechin และสารโพลีแซคคาไรด์

2. สารสกัดลำไยมีฤทธิ์ในการต้านมะเร็ง ซึ่งสารสกัดแยกส่วน (fraction) จากเมล็ดแห้ง หรือเนื้อลำไยแห้ง มีฤทธิ์ทำให้เกิดการตายของเซลล์มะเร็งลำไส้ใหญ่ RKO-2, DLD-1, HT-15, SW-48 และ HCG

นอกจากนั้น สารสกัดจากเมล็ด มีฤทธิ์ยับยั้งการสร้างหลอดเลือดใหม่ ทำให้สามารถยับยั้งการลุกลามของเซลล์มะเร็งไปยังเซลล์ข้างเคียง และเมื่อทดสอบกับเซลล์มะเร็งลำไส้ใหญ่ SW480 สารสกัดลำไยยังมีผลยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ matrix metallo-proteinases-2 และ -9 ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับการบุกรุกและการแพร่กระจายของมะเร็ง และด้วยการทดลองกับหนูที่ถูกทำให้เป็นมะเร็งลำไส้ ด้วยให้สาร dimethylhydrazine พบว่าสารสกัดจากเนื้อลำไยและเมล็ด มีฤทธิ์ป้องกันการเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้

3. สารโพลีแซคคาไรด์จากเมล็ด มีฤทธิ์ยับยั้งการแบ่งตัวของเซลล์มะเร็งปอด A549 และต้านเนื้องอกในหนูที่ถูกเหนี่ยวนำให้เกิดเนื้องอก ส่วนสารโพลีแซคคาไรด์จากเนื้อผล มีฤทธิ์ยับยั้งการแบ่งตัวของเซลล์มะเร็งรังไข่ SKOV3 และ HO8910 และเซลล์มะเร็งหลังโพรงจมูก HONE1 และยังมีฤทธิ์ต้านเนื้องอกในหนูที่ถูกเหนี่ยวนำให้เกิดเนื้องอก สารโพลีฟีนอลจากเมล็ดลำไย สามารถยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งลำไส้ใหญ่ Colo 320DM, SW480 และ HT-29 สารสกัดจากเปลือกผลซึ่งมีสารสำคัญ ได้แก่ gallic acid, ellagic acid และ corilagin สามารถยับยั้งการเติบโตของเซลล์มะเร็งในกระเพาะอาหาร SGC-7901 และเซลล์มะเร็งปอด A-549 ได้ แต่ไม่มีผลกับเซลล์มะเร็งตับ HepG2

4. เมื่อสารสกัดลำไยมาเป็นเครื่องดื่มสุขภาพ จะทำให้มีสรรพคุณในการบรรเทาอาการปวด ลดการอักเสบของข้อเข่า เส้นเอ็น และกล้ามเนื้อ จากงานวิจัยพบว่า สารสกัดจากดอก เมล็ด กิ่ง เนื้อผล และเปลือกผลของลำไย สามารถลดการอักเสบได้ทั้งในเซลล์เพาะเลี้ยงและสัตว์ทดลอง สารสกัดจากเมล็ดมีฤทธิ์ยับยั้งสารกระตุ้นการอักเสบ ซึ่งทำให้เกิดการเสื่อมสลายของเซลล์กระดูกข้อเข่า แปลได้ว่า สารสกัดจากเมล็ดลำไย สามารถต้านการเสื่อมสลายของเซลล์กระดูกอ่อนได้ และอาจถูกนำมาพัฒนาใช้ในการรักษาโรคข้อเสื่อม

5. สารสกัดจากดอกออกและเมล็ดลำไย มี gallic acid, corilagin และ ellagic acid มีฤทธิ์ยับยั้งเอนไซม์ xanthine oxidase ลดระดับของกรดยูริกในเซลล์ตับ (clone-9 cells) และลดระดับของกรดยูริกในเลือดในหนูที่ถูกทดลอง ซึ่งสนับสนุนผลการใช้สารสกัดลำไยในการรักษาโรคเก๊าท์ นอกจากนี้สารสกัดน้ำจากผลลำไยยังมีฤทธิ์กระตุ้นการสร้างกระดูกซึ่งอาจช่วยป้องกันภาวะกระดูกพรุนได้

นอกจากประโยชน์ที่ว่ามา เครื่องดื่มสุขภาพจากสารสกัดลำไย ยังมีประโยชน์ต่อร่างกายในด้านอื่นๆ อีกมากมาย ตั้งแต่การต้านเชื้อแบคทีเรีย เชื้อรา เพิ่มความจำให้ดีขึ้น ต้านการเป็นพิษต่อตับ ลดความเครียด ทำให้สดชื่น หลับได้ดีขึ้น ปกป้องเซลล์ประสาท ปกป้องสมอง ต้านการก่อกลายพันธุ์ ต้านความเหนื่อยล้า ต้านเชื้อไวรัสตับอักเสบซี และปรับระบบภูมิคุ้มกันได้อีกด้วย

การวิจัยอ้างอิงจาก เว็บไซต์มหาวิทยาลัย มหิดล: http://www.pharmacy.mahidol.ac.th/th/knowledge/article/407/ลำไย/



 

 

Read more
23 April 2018

Preventive healthcare concept

Preventive healthcare concept is well accepted in nowadays. Both doctors and patients try to avoid severe illnesses that are unable to be treated, so we focus on regular medical checkups. Even though it is considered screening, if an abnormality is found, it means the disease has already developed for a while and is apparent through blood test and X-ray results. For preventive healthcare, this is considered late. We therefore focus on proactive healthcare at the cell level according to Anti-aging and Regenerative Medicine.

In our daily lives, we are all exposed to stress from various activities related to work, family, love, the economy, which we experience mentally. However, there is another type of stress which we are also exposed to everyday but we are not aware that it is stress. That is stress in every cell in our body which we cannot perceive, but comes from food, lifestyle, exercise, illness, etc. Carbohydrates, very sweet, or fatty foods, air pollution, stress, lack of sleep, smoking, and drinking are considered oxidants that may cause cellular stress. It is called "inflammatory process" that we cannot see and no symptom occurs. However, if it continues for long and results in the deterioration of cells and major organs, deterioration signs will start to appear, even though we are not aware that it is deterioration or what we call "aging".

We are likely to understand that aging means being dried-up, flabby and less beautiful or handsome and it is frustrating. However, deterioration in our body is even more frustrating because it means that all aspects of our potential will decrease, such as:
• Sleeping problems and feeling drowsy and forgetful when getting up for work
• Shoulder and back pain as if someone is sitting on them or office syndrome
• Dried up and flabby skin
• Increased risk of coronary artery disease, high blood pressure, diabetes, etc.

Nowadays, the trend for an anti-aging lifestyle is by changing our behavior for "anti-oxidants", which includes reducing stress, meditation, mindfulness, getting enough sleep, exercising at least 3 days a week, having a balanced diet, avoiding carbohydrate foods, fatty foods, fried foods in heavily used oil, drinking or smoking.

 

Dr. Thisara Weerasamai, M.D., Head of Anti-Aging Medicine Center, Phyathai 1 Hospital​

Read more
19 June 2018

เคล็ดลับปลุกสมองให้สดชื่น ฟื้นความจำ แถมนอนหลับได้เต็มอิ่มกว่าเดิม

เคยสังเกตตัวเองไหมคะว่า พอตั้งท่าจะนอนตั้งแต่สามทุ่มทีไรก็ได้แต่พลิกตัวไป-มาบนเตียง นับแกะไปหลายร้อยตัวแล้วก็ยังข่มตาหลับไม่ลง กว่าจะหลับได้จริง ๆ ก็ปาเข้าไปเกือบเที่ยงคืนแล้ว และพอตื่นขึ้นมาตอนเช้า ร่างกายก็ไม่ค่อยสดชื่น สมองก็ยังมึน ๆ เบลอ ๆ Error หน่อย ๆ 

 

         สงสัยไหมว่าทำไมเราถึงนอนไม่ค่อยหลับ หรือตื่นมาขึ้นแล้วก็ยังรู้สึกเพลียร่างแบบนี้ จะว่าไปสาเหตุสำคัญข้อหนึ่งที่ทำให้เรามีปัญหาการนอนก็มาจากสภาพแวดล้อมในทุกวันนี้ที่ต้องแข่งขันกันสูงนี่ล่ะค่ะ ส่งผลให้เกิดความเครียดในหลาย ๆ วัย ทั้งนักเรียน นักศึกษาที่ต้องเรียนหนัก ทำกิจกรรมมากมาย ส่วนวัยทำงานก็พอกัน ไหนจะคิดมากเรื่องงาน ภาระที่ต้องรับผิดชอบ ตกเย็นก็ไปแฮงค์เอาท์ หากิจกรรมทำเพื่อผ่อนคลาย กว่าจะถึงบ้านก็ดึกแล้ว เลยนอนดึกไปด้วย นอนได้ไม่กี่ชั่วโมงก็ต้องรีบตื่นแต่เช้าไปทำงานต่อ วนลูปไปเรื่อย ๆ แบบนี้ นาน ๆ เข้าร่างกายก็เคยชินกับพฤติกรรมดังกล่าว ทีนี้พอเปลี่ยนมานอนให้เร็วขึ้นหรือนอนแต่หัวค่ำ ก็นอนไม่หลับซะแล้ว พอนอนไม่พอ สมองก็เลยตื้อ ๆ พกเอาความง่วงเหงาหาวนอนไปเรียน ไปทำงานด้วยทุกวัน

อ๊ะ ! แต่หลายคนอาจจะแย้งว่าตัวเองก็นอนหลับได้ 7-8 ชั่วโมงอยู่แล้วนะ แล้วทำไมยังตื่นมาไม่สดชื่นอยู่อีกล่ะ ? ...นี่อาจเป็นเพราะการนอนหลับของเราเป็นแบบหลับ ๆ ตื่น ๆ แถมฝันเป็นตุเป็นตะก็ได้นะคะ เพราะการนอนหลับในลักษณะนี้ ทางการแพทย์จะเรียกว่านอนหลับไม่สนิท นอนหลับไม่ลึก หรือคุณภาพการนอนหลับไม่ดีพอให้ร่างกายได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ ก็ไม่ต่างจากการไม่ได้นอนนั่นแหละค่ะ

คราวนี้เมื่อนอนหลับไม่สนิทบ่อย ๆ แน่นอนว่าไม่ใช่แค่ทำให้สมองเบลอ คิดอะไรไม่ค่อยออก แต่ความเพลียจะเข้ามากล้ำกราย ตามด้วยความรู้สึกอยากเติมความสดชื่นให้ร่างกายด้วยขนมหวาน ๆ อาหารฟาสต์ฟู้ด พ่วงด้วยอาการหิวมากกว่าปกติ เนื่องจากการนอนหลับไม่เพียงพอจะส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดต่ำ ร่างกายจึงต้องการน้ำตาลมาเพิ่มความสมดุลให้ตัวเอง จนคนที่นอนน้อยบ่อย ๆ มีความเสี่ยงเป็นโรคอ้วนเพิ่มขึ้นโดยอัตโนมัติ และหากปล่อยให้อ้วนเรื้อรัง โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง และโรคเรื้อรังอื่น ๆ ก็อาจจะตามมาป่วนสุขภาพในที่สุด
           ไม่ใช่แค่นั้นนะคะ คนที่นอนน้อยหรือนอนหลับไม่สนิท มักจะมีอารมณ์แปรปรวน ฉุนเฉียว หงุดหงิดง่าย เนื่องจากร่างกายมีประสิทธิภาพในการควบคุมอารมณ์ความรู้สึกลดต่ำลง บางคนที่นอนไม่พออาจมีความเฉื่อยชามากขึ้น ส่งผลให้ประสิทธิภาพในการเรียนรู้และการทำงานต่ำลงไปด้วย 

ไม่น่าเชื่อว่าพฤติกรรมการพักผ่อนไม่เพียงพอก็ทำให้สุขภาพทรุดโทรมได้ถึงเพียงนี้ ดังนั้นเพื่อความสดใสในชีวิตของเราทุก ๆ ด้าน เราต้องฟื้นฟูร่างกายจากภายในสู่ภายนอก ซึ่งทำได้ไม่ยาก แค่รีบูสต์ร่างกายด้วยการนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอเท่านั้นเองค่ะ แต่ต้องเป็นการนอนหลับลึกและนอนหลับอย่างมีคุณภาพ เพื่อที่สมองและร่างกายจะได้ฟื้นฟูตัวเองอย่างเต็มที่ แล้วจะได้ตื่นมาด้วยอารมณ์สดชื่น กระปรี้กระเปร่า สุขภาพก็จะแข็งแรง  ห่างไกลจากโรคร้ายด้วย

          แต่สำหรับใครที่พยายามมาหลายวิธีแล้วก็ยังนอนหลับลึกไม่ได้สักที จนร่างกายชักจะอ่อนเพลีย เหนื่อยล้า สมองก็ไม่แล่น คิดอะไรก็ไม่ค่อยออก ลองมาดูงานวิจัยจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งเผยข่าวดีเรื่องผลของการดื่มน้ำลำไยสกัดเข้มข้นต่อคุณภาพการนอนหลับที่พบว่า อาสาสมัครที่บริโภคน้ำลำไยสกัดเข้มข้น ทุกวันเป็นเวลา 3 เดือน ส่วนใหญ่จะมีคุณภาพในการนอนหลับที่ดีขึ้น นั่นแสดงว่า การดื่มน้ำลำไยสกัดเข้มข้นเป็นตัวช่วยให้เรานอนหลับลึกได้  
          ขณะเดียวกันน้ำลำไยสกัดเข้มข้นก็ไม่ได้ส่งผลต่อการเพิ่มขึ้นของระดับน้ำตาลในเลือดแต่ประการใด แต่กลับดีตรงที่ช่วยลดความดันโลหิต และระดับของไขมันในเลือดได้อีก สอดคล้องกับงานวิจัยสรรพคุณของลำไยที่พบว่า มีส่วนช่วยบำรุงประสาทและสมอง ป้องกันอาการอ่อนเพลีย ช่วยทำให้นอนหลับง่าย และเพิ่มความสดชื่นให้ร่างกายได้เป็นอย่างดี

          ดังนั้นหากอยากนอนหลับลึก นอนหลับอย่างมีคุณภาพเพื่อการพักผ่อนอย่างเต็มที่ ก็ต้องลองหาน้ำลำไยมาเป็นตัวช่วยเพิ่มคุณภาพการนอนหลับกันดูค่ะ ซึ่งถ้าจะให้ดีควรดื่มแบบที่สกัดเข้มข้นมาแล้ว อย่าง "เครื่องดื่มลำไยสกัดเข้มข้น P80" ก็น่าสนใจ เพราะยืนยันด้วยผลการทดสอบของคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ว่า เมื่อดื่ม "เครื่องดื่มลำไยสกัดเข้มข้น P80" ไปแล้ว 3 วัน คุณภาพของการนอนหลับจะดีขึ้น 50% และหากดื่ม 7 วัน จะช่วยให้หลับได้ดีขึ้นถึง 80% แถมยังช่วยลดอาการปวดเมื่อยข้อได้อย่างชัดเจนเมื่อรับประทานไป 1 เดือน
เรียกได้ว่าคุณประโยชน์จากเครื่องดื่มลำไยสกัดเข้มข้น ตรา P80 และสาร 5 Bioactive Compounds นอกจากจะช่วยให้เรานอนหลับลึก หลับสนิทขึ้นแล้ว ยังช่วยเสริมร่างกายให้กระปรี้กระเปร่า ทำให้สมองสดชื่นปลอดโปร่ง บูสต์ความจำให้ดีขึ้น บำรุงผิวพรรณให้ดูอ่อนกว่าวัย ลดอาการปวดข้อและหลังจากออฟฟิศซินโดรม พร้อมช่วยควบคุมความดันโลหิตให้เป็นปกติอีกด้วยล่ะ
 อย่าลืมดูแลร่างกายจากภายในสู่ภายนอกด้วยการนอนหลับให้สนิทนะคะ แค่ดื่ม P80 ทุกวัน ก็รู้สึกดีทุกวัน P80 วันละ 1 ช้อน สุขภาพฟิตชัวร์ ! พิสูจน์เลย p80naturalessence.com หรือโทร. 02-255-6345, 088-806-9696

Read more

Natural Bev Co., Ltd.

111 Jaras Mueang Road, Rongmueang,
Pathum Wan District Bangkok 10330